janeoranuch35

ขอบคุณที่เข้าชม ยินดีต้อนรับค่ะ

อำเภอกัลยาณิวัฒนา

NB108สวรรค์บนดอย อำเภอกัลยาณิวัฒนา…NB108

46a0ea0a5a3c8


1326509126

Kalaya2

อำเภอกัลยาณิวัฒนา (คำเมืองLanna-Kalayani Watthana.png) เป็นเขตการปกครองระดับอำเภอลำดับที่ 25 ของจังหวัดเชียงใหม่ และอันดับที่ 878 ของประเทศไทย จัดตั้งเมื่อ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552 โดย พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2542และตั้งที่ว่าการอำเภอ ณ ตำบลแจ่มหลวง

อำเภอกัลยาณิวัฒนา เป็นอำเภอที่กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดให้เป็น “โครงการอำเภอกัลยาณิวัฒนา เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554” ซึ่งดำเนินการโดยสำนักนโยบายและแผนสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์ให้อำเภอกัลยาณิวัฒนาเป็น “อำเภอต้นแบบ” ในการพัฒนาที่ยั่งยืน

ประวัติ

โครงการที่จะจัดตั้งอำเภอใหม่ในพื้นที่ดังกล่าวสามารถสืบย้อนไปได้ถึง พ.ศ. 2536 โดยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2546 สภาตำบลตำบลบ้านจันทร์ได้เสนอแยกกิ่งอำเภอออกจากสามตำบลในอำเภอแม่แจ่ม ได้มีการเตรียมการจัดตั้งกิ่งอำเภอใหม่เป็นเวลาหลายปี แต่ด้วยวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย พ.ศ. 2540 ได้ทำให้อำเภอใหม่ทั้งหมดที่อยู่ในระหว่างกาาพิจารณาถูกรัฐบาลยกเลิกไปเพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก่อนที่จะกลับเข้าสู่ระเบียบการพิจารณาอีกครั้งในปี พ.ศ. 2548 โดยได้มีการจัดทำข้อเสนอและการศึกษาโดยจังหวัดเชียงใหม่และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2551 คณะรัฐมนตรีไทยเห็นว่าพื้นที่ตำบลบ้านจันทร์ ตำบลแม่แดด และตำบลแจ่มหลวง แห่งอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่การท่องเที่ยว มีเนื้อที่ 674.58 ตารางกิโลเมตร และประชากร 10,561 คน มีการจัดตั้งโครงการพระราชดำริหลายโครงการ มีสภาพภูมิประเทศเป็นป่าและภูเขาสูงชัน ทุรกันดาร การคมนาคมติดต่อเพื่อขอรับบริการต่างๆ จากหน่วยงานของรัฐ ณ ที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม เป็นไปด้วยความยากลำบาก การให้บริการของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึงครอบคลุมทุกพื้นที่ ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวประสบปัญหาด้านความสงบเรียบร้อย เรื่องยาเสพติด และปัญหาด้านการลักลอบการตัดไม้ทำลายป่า จึงเห็นชอบให้แยกพื้นที่ดังกล่าวมาจัดตั้งเป็นอำเภอใหม่ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยเฉพาะ

อย่างไรก็ดี วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2552 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่ออำเภอที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่นั้นตามที่กระทรวงมหาดไทยขอพระราชทาน ว่า “อำเภอกัลยาณิวัฒนา” แทนชื่อเดิมที่ใช้ว่า “วัดจันทร์”

เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่ามีโครงการในพระราชดำริในพื้นที่ตำบลบ้านจันทร์ อำเภอที่จัดตั้งขึ้นใหม่นี้จึงไม่จำเป็นจะต้องจัดตั้งเป็นกิ่งอำเภอก่อนที่จะพัฒนาจนกลายเป็นอำเภอโดยสมบูรณ์ ที่ว่าการอำเภอกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างในหมู่ 2 ตำบลแจ่มหลวง จนกระทั่งก่อสร้างเสร็จ สภาตำบลบ้านจันทร์จะถูกใช้เป็นที่ว่าการอำเภอชั่วคราว

ดังนั้น เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง “พระราชกฤษฎีกาตั้งอำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่” ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชลงพระปรมาภิไธยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนที่ 97 ก หน้า 7 ลงวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552 และมีผลใช้บังคับในวันรุ่งขึ้น โดยปรากฏเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ว่า

“…โดยที่ตำบลแจ่มหลวง ตำบลบ้านจันทร์ และตำบลแม่แดด อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ มีท้องที่กว้างขวาง มีชุมชนและชุมนุมการค้าหนาแน่น มีสภาพเจริญขึ้นกว่าเดิมมาก แต่เนื่องจากมีภูมิประเทศตั้งอยู่ห่างไกล ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการติดต่อราชการ สมควรแยกตำบลดังกล่าวออกจากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และรวมตั้งเป็น อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประโยชน์แก่การปกครอง การให้บริการของรัฐ ความสะดวกของประชาชน และเพื่อส่งเสริมให้ท้องที่มีความเจริญยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้”

ลักษณะที่ตั้ง

อำเภอกัลยาณิวัฒนา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นป่าและภูเขาสูงชันล้อมรอบ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ สภาพป่าเป็นป่าเบญจพรรณ มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นพื้นที่ป่าไม้และภูเขา 378,245 ไร่ การเกษตร 30,391 ไร่ ที่อยู่อาศัย 3,327 ไร่ และพื้นที่โล่งสาธารณะ 4,635 ไร่ มีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,225 มิลลิเมตรต่อปี ฝนตกเฉลี่ย 122 วันต่อปี

อาณาเขต

อำเภอกัลยาณิวัฒนา มีอาณาเขตดังนี้

พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่บนที่สูง การเดินทางไปขอรับบริการต่าง ๆ จากหน่วยงานรัฐเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งยังมีปัญหาเรื่องยาเสพติด การลักลอบตัดไม้อยู่บ่อยครั้ง กอปรกับเป็นที่ตั้งของโครงการหลวงหลายโครงการ คณะรัฐมนตรีจึงเห็นชอบให้แยกพื้นที่ของตำบลบ้านจันทร์ ตำบลแจ่มหลวง และตำบลแม่แดด ออกมาตั้งเป็น “อำเภอวัดจันทร์เฉลิมพระเกียรติ” เป็นกรณีพิเศษ ต่อมาได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานชื่ออำเภอว่า “อำเภอกัลยาณิวัฒนา” เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งเคยทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจในพื้นที่ตำบลบ้านจันทร์

พระราชกฤษฎีกาตั้ง อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2552 ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2552 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552 กลายเป็นอำเภอที่ 878

15

Kalaya2

วินาทีแรกที่แหงนหน้ามองฟ้า กิ่งสนลู่ตามแรงลมหนาว ตวัดปลายพู่กันละเลงบนผืนผ้าใบสีฟ้า นี่สินะเขต “ป่าสนธรรมชาติผืนใหญ่ที่สุดของประเทศ” มองไล่ระดับสายตาลงมา ภาพตรงหน้าเปลี่ยนโทนมาเป็นสีเหลืองส้ม และแดงของยอดเมเปิล ที่กำลังเปลี่ยนโมรับหน้าหนาว แน่แท้ฉันมาถึงโครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) ตำบลบ้านจันทร์

“อยู่กับป่า มาทำงานท่องเที่ยวก็สนุกดีเหมือนกัน” พี่โก๊ะ อาติชาติ เหลาโชติ หัวหน้างานสวนป่าหลวงบ้านวัดจันทร์ เล่าถึงความเป็นไปอีกหนึ่งหน้าที่ของชาว อ.อ.ป. เช่นนั้น หากงานพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ดิน น้ำ งานพัฒนาเศรษฐกิจ งานฟื้นฟูป่าต้นน้ำ งานวิชาการ และการท่องเที่ยวเดินไปพร้อม ๆ กันได้จริง เราคงเฉียดเข้าใกล้คำว่า “ยั่งยืน” เข้าไปทุกที พี่โก๊ะ พูดพลางนำเราไปเก็บสัมภาระ ที่นี่มีบ้านพักหลายแบบ จะนอนเดี่ยว คู่ ก๊วน ก็เลือกได้ตามสบาย ใครใคร่นอนเต็นท์ บรรยากาศตรงจุดกางเต็นท์ก็สวยไม่เบา มีให้เลือกทั้งบรรยากาศสนามหญ้าโอบล้อมด้วยคงนางพญาเสือโคร่ง หรือจะเลือกนอนในบรรยากาศริมอ่างเก็บน้ำ รับละอองหมอกยามเช้าก็ได้อารมณ์อีกแบบ

3486

น้ำตกห้วยฮ่อม มีขนาดไม่ใหญ่นัก สูงประมาณ 7 – 10 เมตร น้ำแบ่งเป็นสามสายตกลงสู่แอ่งเบื้องล่าง ซึ่งลึกแค่เข่า กระแสน้ำไม่แรงนัก ยืนได้ใกล้ชิดน้ำตกพอที่จะยื่นหน้าปะทะละอองน้ำได้สบาย ๆ ออกจากน้ำตกย้อนกลับเส้นทางเดิม แวะที่วัดจันทร์ หมู่ 3 พุทธสถานแหล่งรวมจิตใจของชาวพุทธ

ตามตำนานเล่าขานว่า วัดนี้สร้างมากว่า 300 ปี แต่เกือบจะกลายเป็นวัดร้าง จนกระทั่งมีพระอุตตมะจากประเทศพม่า เดินทางมาปักกลดบริเวณนี้ ครั้นเมื่อพ่ออุ้ยดูลอยจากบ้านขุนแจ่มน้อย และพ่ออุ้ยคำหมื่นจากบ้านห้วยตอง เดินทางมาเห็นก็เกิดศรัทธา ชวนชาวบ้านใกล้เคียงมาช่วยบูรณะเจดีย์จนใกล้สำเร็จ พระอุตตมะจึงตัดสินใจเดินทางกลับประเทศพม่า และมรณภาพระหว่างทาง ต่อมา ครูบาศริวิชัย นักบุญแห่งล้านนาเดินทางธุดงค์มาจากอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบเจดีย์ยังบูรณะไม่เสร็จ จึงชวนชาวบ้านมาช่วยกันบูรณะต่อจนสำเร็จ พร้อมยกฉัตรพระเจดีย์มีการฉลอง 7 วัน 7 คืน

index

1326509317
post-4-1328541790
จุดเด่นอีกอย่างของัดนี้คือ วิหารแว่นตาดำ วิหารนี้ช่างชาวปกากะญอได้เอากระจกกรองแสงสีดำ มาติดตรงช่องลมด้านหน้าวิหาร เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้วนี้เอง ด้วยเหตุเพื่อป้องกันโจรที่เข้ามาลอบขโมยพระประธาน ซึ่งเป็นพระสิงห์สาม อายุกว่า 300 ปี และพระพุทธรูปอื่น ๆ

ติดกับวัดเป็น ศูนย์ศิลปาชีพบ้านวัดจันทร์ กี่กระตุกเรียงราย เส้นด้ายยืดหย่อนตามแรงมือประสานจังหวะเท้า วันนี้แม่บ้านส่วนใหญ่ กำลังถักทอผ้าสีขาวตุ่นสำหรับตัดชุดนุ่งของสาวพรหมจรรย์ ตามธรรมเนียมการแต่งกายของสาวชาวปกากะญอ ผู้หญิงกะเหรี่ยงที่แต่งงานแล้วเท่านั้น ถึงจะใส่เสื้อประดับลูกเดือยและฝ้ายสีได้ จะกลับมาใส่ชุดขาวอีกไม่ได้ เพราะจะถือเป็นการดูถูกความบริสุทธิ์ และจะต้องสวมเสื้อที่มีลายปัก มิฉะนั้น เชื่อว่าจะทำให้ไม่มีลูก ส่วนสาวโสดชาวปกากะญอนั้น จะเอาชุดของสาวที่แต่งงานแล้วมาใส่ไม่ได้ เพราะเชื่อว่าจะทำให้ไม่ได้แต่งงาน

school1

13

189800

585077c09

images (1)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://th.wikipedia.org

http://travel.kapook.com/view20216.html

« สถานที่ท่องเที่ยว


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

janeoranuch35

ขอบคุณที่เข้าชม ยินดีต้อนรับค่ะ

The Daily Post

The Art and Craft of Blogging

The WordPress.com Blog

The latest news on WordPress.com and the WordPress community.

%d bloggers like this: