เล่นเน็ตอย่างไร???ให้ปลอดภัย
ไม่มีใครป้องกันอันตรายให้คุณที่เล๋นเน็ตได้ หากคุณยังไม่ระมัดระวังตัวเอง ด้วยตัวเอง ทางเว็บที่คุณใช้งาน อาจจะช่วยดูแลความปลอดภัยให้ได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้ดี ก็ใช้อินเตอร์เน็ตอย่างระมัดระวังจะดีที่สุดนะคะ
เล่นอินเตอร์เน็ตแบบนี้สิ ปลอดภัย
1. อย่าเชื่อใครในอินเตอร์เน็ต จนกว่าจะรู้ตัวตนที่แท้จริง
2. ให้ระแวงคนอื่นไว้ก่อนว่า อาจจะมาไม่ดีหรือไม่บริสุทธิ์ใจ
3. ให้มองโลกในแง่ร้ายไว้ก่อน เพราะใน chat room เราไม่รู้ว่าตัวตนจริงๆของคนคนนั้นเป็นอย่างไร เพราะเขาสามารถสร้างคนขึ้นมาได้จากคีย์บอร์ดเท่านั้นเอง
4. ดูว่าเขาพยายาม push เราให้ทำอะไรบ้าง เช่น ให้ส่งหรือโอนเงินไปให้ หรือนัดพบเพื่อเจอหน้ากัน ก็ควรจะหาเพื่อนไปด้วย และที่สำคัญควรจะบอกคนอื่นว่าตอนนี้คุยกับใคร หรือติดต่อใครอยู่
5. ใน chat room ข้อมูลต่างๆ มักจะไม่จริงหรือถ้าเป็นข้อเท็จจริงก็ให้คิดไว้ก่อนว่ามันไม่จริง เพราะคิดอย่างนั้นเราก็ไม่เสียหาย แล้วค่อยๆสืบดูว่าคนที่เราคุยด้วยนั้นเป็นใคร เช่น ถามว่าทำงานเกี่ยวกับอะไร รู้จักใครที่เราพอจะรู้จักบ้าง ฯลฯ
9 สัญญาณเตือนภัย ! คุณกำลังโดนหลอก
1. เวลา chat คู่สนทนาพยายามซักถามเพื่อให้รู้จักเรามากจนเกินไป เกินความพอดี
2. เริ่มมีการนัดแนะขอเจอตัวจริง
3. เอ่ยถึงเรื่องเงินทองหรือผลประโยชน์ หรือมีทีท่าว่าจะให้เราควักกระเป๋า เช่น บอกว่าจะให้ของฟรี ต้องดูด้วยว่าฟรีแบบไหน มีเงื่อนไขหรือเปล่า เพราะบางรายบอกว่าของฟรี แต่ให้เราออกค่าจัดส่ง หรือของฟรีชนิดที่ว่า ถ้าเราไม่ทำอะไรกับมันภายในระยะเวลาเท่านั้นเท่านี้จะต้องเสียเงิน เป็นต้น
4. เริ่มสูญเสียความเป็นส่วนตัว
5. พิจารณาดูอีเมล์อย่างถี่ถ้วน ว่าเขาส่งไวรัส มาให้เราหรือเปล่า
6. ส่งโปรแกรมเนตบัดให้เราหรือเปล่า เพราะมันจะเข้ามาฝังตัวในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเรา แล้วดูว่าเราทำอะไรบ้าง พอเราต่ออินเตอร์เน็ต เขาก็รู้ว่าเราใช้รหัสอะไรก็อาจจะเกิดการขโมยชั่วโมงอินเตอร์เน็ตของเราไปใช้ ทำให้เสียเงินสูญเปล่า ต้องหมั่นตรวจสอบเครื่องและหาโปรแกรมใหม่ๆที่ป้องกันสิ่งเหล่านี้มาโหลดลงเครื่องบ้าง
7. อย่าตกเป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารแย่ๆ เช่น มีอีเมล์ บอกให้เราช่วยส่งต่อ ถ้าเห็นว่าไม่ดี ส่งไปก็เป็นขยะอินเตอร์เน็ต ก็ลบทิ้งซะ อย่าส่งไปให้คนอื่นรำคาญหรือเดือดร้อน
8. ถ้าพบเห็นเบอร์โทรศัพท์ผู้หญิง หรือรูปถ่ายพร้อมระบุว่า “ขายตัว” ถ้าโทรศัพท์ไปเช็คแล้วพบว่าไม่เป็นความจริง กรุณากลับไปที่เว็บไซต์ที่คุณพบข้อความ แล้วเขียนบอกทุกคนด้วยว่ามันเป็นเรื่องโกหก เป็นการกลั่นแกล้งกัน คนอื่นๆจะได้ไม่โทรศัพท์ไปอีก
9. ควรจะมี e-mail address 2 เบอร์ ใช้ชื่อจริงเพื่อติดต่อธุรกิจหรือส่งข่าวคราวกับคนที่รู้จักจริงๆ กับอีเมล์ที่ใช้ชื่อเล่นหรือชื่อปลอม เกิดมีคนที่เราไม่คุ้นเคยขอเบอร์อีเมล์ เราจะได้ให้เบอร์หลอกๆไป เอาไว้ตรวจสอบว่าเขาจะส่งอะไรมาให้เราบ้าง และป้องกันไม่ให้คนส่งอีเมล์ไร้สาระเข้ามาใน e-mail address จริงของเรา
ขอบคุณที่มาจาก http://webboard.yenta4.com/topic/177558
พบแท็บเล็ต-สมาร์ทโฟนมีแต่เชื้อโรค
กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อผู้บริโภค “Which ?” ได้ทำการทดสอบสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจำนวน 30 เครื่อง เพื่อหาแบคทีเรีย และพบว่า มีเชื้อโรคหลายพันชนิดที่อาศัยอยู่บนหน้าจอทัชสกรีนซึ่งมากกว่าแบคทีเรียที่พบอยู่บนที่นั่งของโถชักโครกถึง 20 เท่า
คณะนักวิจัยของ Which? ยืนยันว่า หน้าจอทัชสกรีนของแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน มีเชื้อโรคมากกว่าที่โถชักโครก และแบคทีเรียเหล่านี้ ถูกทิ้งไว้หลังจากผู้ใช้สัมผัสหน้าจออุปกรณ์สื่อสารเหล่านี้ เช่น ไอแพด ของแอปเปิล และแท็บเล็ตของซัมซุง กาแล็กซี่ โดยไม่ได้ล้างมือก่อนและหลังจากใช้งาน
จากการทดสอบหาแบคทีเรีย สตาฟิโลค็อกคัส ออเรียส ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสารพิษและทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนและท้องร่วง พบว่า มีเป็นจำนวนมากบนหน้าจอแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ขณะที่การทดสอบหาแบคทีเรียชนิดเดียวกันที่โถชักโครก กลับพบไม่ถึง 20 ยูนิต นอกจากนี้ จากการทดสอบ ยังพบแบคทีเรียก่อโรค “เอ็นเทอร์โรแบคทีเรียซี” ที่รวมถึงแบคทีเรียสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคติดต่อ เช่น อี.โคไล และซัลโมเนลล่าด้วย และพบความเสี่ยงในระดับสูงในการพบเชื้อแบคทีเรียเหล่านี้ มากกว่า 1,000 ยูนิต ต่อการเช็ดทำความสะอาดหน้าจอทัชสกรีนแท็บเล็ต 30 เครื่อง และสมาร์ทโฟน 30 เครื่อง เพียงเครื่องละ 1 ครั้ง
ที่เลวร้ายที่สุดคือ จากการเช็ดทำความสะอาดหน้าจอทัชสกรีนโทรศัพท์ 4 เครื่อง กับคีย์บอร์ด 5 เครื่อง เพียงแค่ครั้งเดียว พบว่า มีเชื้อโรคมากถึง 15,000 ยูนิต แฝงอยู่ ขณะที่การเช็ดทำความสะอาดที่นั่งโถชักโครก พบเชื้อโรคไม่ถึง 10 ยูนิต ในการเช็ดแต่ละครั้ง
ค่ายสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตยักษ์ใหญ่อย่างแอปเปิล ได้เรียกร้องไม่ให้ผู้ใช้ ใช้สารเคมีในการทำความสะอาด เช่น ผงซักฟอกเช็ดหน้าจอทัชสกรีน เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เสียหาย แต่การพบเชื้อโรคจำนวนมากนี้ ได้สะท้อนความจริงที่ว่า ผู้ใช้หน้าจอทัชสกรีน ไม่เคยล้างมืออย่างเหมาะสม ขณะที่มีเพียงไม่กี่คนที่หมั่นทำความสะอาดอุปกรณ์และคีย์บอร์ด




